MFA Legalization คืออะไร
การรับรองนิติกรณ์ (Legalization) โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย เป็นการยืนยันว่าลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารเป็นของจริง ออกโดยหน่วยงานราชการไทยที่มีอำนาจ
ประเทศไทยไม่ใช่ภาคี Hague Apostille Convention ดังนั้นจึงไม่สามารถออก Apostille ได้ — ต้องใช้กระบวนการ Legalization สองชั้น (MFA + Embassy) แทน
ประเภทเอกสารที่รับรองได้
เอกสารที่ MFA รับรอง แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:
- เอกสารราชการไทย: ทะเบียนบ้าน, สูติบัตร, ใบเปลี่ยนชื่อ, ใบสำคัญการสมรส, ใบหย่า, หนังสือรับรองบริษัท
- เอกสารเอกชนที่ผ่าน Notary แล้ว: หนังสือมอบอำนาจ, Affidavit, สัญญา, คำแปลที่รับรองโดยทนาย
ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา
ค่าธรรมเนียมราชการ MFA: 200 บาท/ฉบับ สำหรับบริการปกติ (2–5 วันทำการ), 400 บาท/ฉบับ สำหรับบริการด่วน (1 วันทำการ)
ค่าบริการของบริษัท (รวมเดินทางและจัดการเอกสาร): 1,500–3,500 บาท/ชุด ขึ้นกับจำนวนเอกสารและความเร่งด่วน
ขั้นตอนรับรอง MFA
จากเอกสารต้นฉบับจนได้ตราประทับกรมการกงสุล
- 1
ตรวจเอกสารต้นฉบับ
เอกสารต้องเป็นต้นฉบับหรือสำเนาที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย หรือผ่าน Notary แล้ว
- 2
แปลเป็นภาษาอังกฤษ
เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นอังกฤษและรับรองคำแปลโดยนักแปลที่ MFA ยอมรับ
- 3
ยื่นที่กรมการกงสุล
ยื่นเอกสารพร้อมแบบฟอร์มและชำระค่าธรรมเนียมที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ
- 4
รอผลและรับเอกสาร
รับเอกสารที่มีตราประทับและลายเซ็นเจ้าหน้าที่ MFA แล้วนำไปต่อสถานทูตประเทศปลายทาง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมไทยไม่มี Apostille?⌄
ไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี Hague Apostille Convention จึงใช้ระบบ Legalization สองชั้น (MFA + Embassy) แทน
ใช้เวลาทั้งหมดกี่วัน?⌄
MFA ปกติ 2–5 วันทำการ + Embassy 1–7 วันทำการ รวมประมาณ 5–12 วันทำการ
เอกสารต้องแปลก่อนหรือไม่?⌄
เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองคำแปลก่อนยื่น MFA
ทำแทนได้ไหมโดยไม่ต้องไปเอง?⌄
ได้ — มอบอำนาจให้บริษัทดำเนินการแทนได้ครบทุกขั้นตอน
บริการที่เกี่ยวข้อง
ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?
ทีมทนาย Notary Public พร้อมให้คำปรึกษาฟรีผ่าน LINE หรือโทรศัพท์

