ยื่นสำเนาที่ถ่ายเอกสารเอง ทั้งที่ปลายทางระบุให้สถาบันส่งตรง
วิธีป้องกัน: อ่านข้อกำหนดของปลายทางก่อนสั่งพิมพ์เอกสาร หากระบุ sent directly ให้ประสานสำนักทะเบียนตั้งแต่ต้น

Thai Notary Law & Service Co., Ltd.
เลขทะเบียนนิติบุคคล 0405565001923
ก่อตั้ง 2022 · ขึ้นทะเบียนสภาทนายความฯ
แยกผู้ออกเอกสารออกจากผู้มีอำนาจรับรองสำเนา พร้อมลำดับขั้นแปลและนิติกรณ์ก่อนยื่นสถาบันหรือหน่วยงานปลายทาง สอบถามค่าบริการทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
ทีมงานของเรา
คลิกเพื่อดูภาพเต็ม

งานฝีมือระดับสูงสุด
ทุกตราประทับ ทุกงานแปลรับรอง ทุกการรับรองสถานทูต — ประณีตทุกขั้นตอนโดยสำนักกฎหมายที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตั้งแต่ปี 2565
หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
✓
ตรวจสอบโดย
DBD · กรมพัฒน์ฯ
🏛
ก่อตั้ง
2022
🌐
ครอบคลุม
180+ ประเทศ
ทนาย Notary Public ขึ้นทะเบียนสภาทนายความฯ ทั้ง 6 ท่าน
คลิกใบอนุญาตเพื่อดูภาพเต็ม · ทุกท่านขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
หน้านี้ไม่ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยและไม่แนะนำหลักสูตร แต่ตอบคำถามที่นักเรียน ผู้สมัครงาน และผู้ยื่นขอวีซ่าติดจริง คือ ใบปริญญา ใบระเบียนแสดงผลการเรียน หนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษา และหนังสือรับรองวุฒิ ใครเป็นผู้ออกและใครมีอำนาจรับรองสำเนา จากนั้นต้องแปลและผ่านนิติกรณ์กี่ชั้นก่อนหน่วยงานปลายทางจะรับ เนื้อหาอธิบายลำดับขั้นตามอำนาจหน้าที่ของผู้ออกเอกสาร ไม่ระบุค่าธรรมเนียม และไม่รับประกันผลการพิจารณาของสถาบันหรือหน่วยงานใด
เนื้อหาส่วนนี้ไม่ระบุค่าธรรมเนียมและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด สอบถามค่าบริการและกรอบเวลากับเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือขอให้ผู้ที่ไม่มีอำนาจรับรองเอกสารการศึกษา ตารางนี้แยกผู้ออกเอกสารออกจากผู้มีอำนาจรับรองสำเนาอย่างชัดเจน
| เอกสาร | ผู้ออกเอกสารตัวจริง | ผู้มีอำนาจรับรองสำเนา/ลายมือชื่อ |
|---|---|---|
| ใบปริญญาบัตร / ประกาศนียบัตร | สถาบันที่ประสาทปริญญา โดยลงนามตามระเบียบของสถาบัน | นายทะเบียนหรือสำนักทะเบียนของสถาบันนั้นเอง เป็นชั้นแรกเสมอ |
| ใบระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript) | สำนักทะเบียนของสถาบัน ออกเป็นฉบับทางการมีตราประทับ | สำนักทะเบียนเดิม หลายสถาบันปลายทางรับเฉพาะฉบับที่ส่งตรงจากสถาบัน |
| หนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษา | สำนักทะเบียนหรือคณะที่นักศึกษาสังกัด | ผู้ลงนามตามที่สถาบันมอบหมาย ระบุวันที่ออกและช่วงเวลาที่รับรอง |
| หนังสือรับรองวุฒิสำหรับใช้ต่างประเทศ | สถาบันผู้ประสาทวุฒิ ออกเป็นภาษาอังกฤษหรือสองภาษา | สถาบันเป็นผู้รับรองข้อความ ส่วนการรับรองลายมือชื่อเพื่อใช้ต่างประเทศเป็นขั้นของกระทรวงการต่างประเทศ |
| คำแปลเอกสารการศึกษา | ผู้แปลหรือหน่วยงานแปลที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ | รูปแบบที่ยอมรับต่างกันตามปลายทาง เช่น คำแปลรับรองโดยหน่วยงานแปล นักแปลที่ได้รับการรับรอง หรือคำแปลที่ผ่านนิติกรณ์ |
| สำเนาเอกสารที่รับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) | ไม่ใช่ผู้ออกเอกสาร แต่รับรองว่าได้เห็นต้นฉบับและสำเนาตรงกับต้นฉบับ | ใช้ได้เมื่อหน่วยงานปลายทางระบุว่ารับสำเนารับรอง ไม่ใช้แทนฉบับที่สถาบันส่งตรง |
แต่ละขั้นรับรองเฉพาะลายมือชื่อหรือตราของขั้นก่อนหน้า การข้ามขั้นทำให้ขั้นถัดไปไม่มีสิ่งที่จะตรวจสอบได้
| ลำดับ | ทำอะไร | เหตุผลที่ต้องอยู่ลำดับนี้ |
|---|---|---|
| 1 | ขอฉบับทางการจากสำนักทะเบียนของสถาบัน | ไม่มีต้นทางที่แท้จริง ขั้นถัดไปไม่มีลายมือชื่อที่รู้จักให้ตรวจสอบ |
| 2 | จัดทำคำแปลตามรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางกำหนด | บางปลายทางต้องการให้คำแปลถูกผูกติดกับต้นฉบับก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์ |
| 3 | รับรองลายมือชื่อ/นิติกรณ์ตามที่ปลายทางกำหนด | เป็นขั้นที่ทำให้ลายมือชื่อไทยกลายเป็นสิ่งที่หน่วยงานต่างประเทศตรวจสอบย้อนกลับได้ |
| 4 | ยื่นต่อสถานทูตหรือหน่วยงานปลายทางตามที่ปลายทางกำหนด | ปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับรูปแบบใด จึงต้องยืนยันเงื่อนไขก่อนเริ่ม |
| 5 | ติดตามการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Apostille (28 กุมภาพันธ์ 2570) | รูปแบบการรับรองอาจเปลี่ยนเมื่อระบบมีผลใช้บังคับ จึงต้องยืนยันกับปลายทางในวันที่ยื่นจริง |
ตารางนี้เป็นการจัดกลุ่มตามลักษณะของผู้รับเอกสาร ไม่ใช่กฎเกณฑ์ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ต้องยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับผู้รับเสมอ
| ประเภทปลายทาง | สิ่งที่มักถูกขอ | จุดที่มักถูกปฏิเสธ |
|---|---|---|
| สำนักรับสมัครของมหาวิทยาลัยต่างประเทศ | ระเบียนผลการเรียนที่ส่งตรงจากสถาบัน พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ | ส่งสำเนาที่ผู้สมัครถือมาเอง ทั้งที่ปลายทางระบุให้ส่งตรง |
| หน่วยงานประเมินวุฒิการศึกษา | ชุดเอกสารครบตามรายการที่หน่วยงานนั้นประกาศ รวมคำอธิบายระบบการให้เกรด | ขาดคำอธิบายระบบเกรดหรือหน่วยกิต ทำให้เทียบวุฒิไม่ได้ |
| หน่วยงานออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ | หลักฐานวุฒิพร้อมหลักฐานว่าหลักสูตรได้รับการรับรอง | ยื่นเฉพาะใบปริญญาโดยไม่มีระเบียนผลการเรียนประกอบ |
| นายจ้างหรือฝ่ายบุคคล | สำเนาที่รับรองแล้ว หรือหนังสือรับรองวุฒิที่ออกใหม่ | เอกสารเก่าที่ชื่อ-สกุลไม่ตรงกับเอกสารแสดงตนปัจจุบัน |
| หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูต | เอกสารที่ผ่านลำดับนิติกรณ์ครบตามที่ประกาศ | ลำดับขั้นสลับกัน หรือคำแปลไม่ได้ผูกติดกับต้นฉบับ |
วิธีป้องกัน: อ่านข้อกำหนดของปลายทางก่อนสั่งพิมพ์เอกสาร หากระบุ sent directly ให้ประสานสำนักทะเบียนตั้งแต่ต้น
วิธีป้องกัน: เตรียมหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุลที่รับรองแล้วแนบไปพร้อมกัน และแจ้งปลายทางล่วงหน้า
วิธีป้องกัน: ยืนยันรูปแบบคำแปลที่ปลายทางยอมรับก่อน เพราะแต่ละปลายทางกำหนดคุณสมบัติผู้แปลไว้ไม่เหมือนกัน
วิธีป้องกัน: ขอทั้งสองฉบับพร้อมกัน และขอเอกสารอธิบายระบบหน่วยกิตจากสำนักทะเบียนหากปลายทางเป็นหน่วยงานประเมินวุฒิ
วิธีป้องกัน: ตกลงลำดับทั้งชุดก่อนเริ่มขั้นแรก และให้คำแปลถูกผูกติดกับต้นฉบับตามที่ปลายทางกำหนด
วิธีป้องกัน: ตรวจรายการเอกสารจากหน้าเว็บทางการของหน่วยงานนั้นในวันที่จะยื่นจริง ไม่ใช้รายการที่คัดลอกต่อกันมา
ผู้ค้นหาต้องการรู้ว่าจะขอฉบับทางการและคำแปลได้อย่างไร
ผู้ค้นหากำลังเตรียมชุดเอกสารยื่นมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
ผู้ค้นหาต้องยื่นวุฒิไทยต่อหน่วยงานประเมินวุฒิในต่างประเทศ
ผู้ค้นหาต้องการลำดับขั้นที่ถูกต้องก่อนยื่นต่างประเทศ
ผู้ค้นหาถือวุฒิต่างประเทศและต้องยื่นต่อหน่วยงานไทย
สำนักทะเบียนของสถาบันที่ประสาทวุฒิเป็นผู้ออกใบระเบียนผลการเรียน กระทรวงเป็นหน่วยงานกำกับดูแลนโยบายการศึกษา ไม่ได้เป็นผู้ออกระเบียนรายบุคคล จึงต้องเริ่มที่สถาบันเสมอ
รับรองได้ว่าได้เห็นต้นฉบับและสำเนาตรงกับต้นฉบับ หรือรับรองลายมือชื่อที่ลงต่อหน้า แต่ไม่ได้รับรองว่าวุฒินั้นถูกต้องตามหลักสูตรหรือได้รับการรับรองจากหน่วยงานใด ซึ่งเป็นเรื่องของสถาบันและหน่วยงานประเมินวุฒิ
ขึ้นกับถ้อยคำของปลายทาง บางแห่งระบุให้สำนักทะเบียนของสถาบันรับรอง บางแห่งรับสำเนาที่ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรอง จึงควรอ่านถ้อยคำที่ปลายทางใช้ก่อนดำเนินการ
ปลายทางเป็นผู้กำหนด หลายกรณีต้องให้คำแปลผูกติดกับต้นฉบับก่อนเข้าขั้นนิติกรณ์ เพราะขั้นนั้นรับรองลายมือชื่อบนชุดเอกสารที่ผูกกันแล้ว หากทำสลับลำดับ อาจต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด
ติดต่อสถาบันที่รับโอนภารกิจทะเบียนของสถาบันเดิม เพื่อขอฉบับทางการที่อ้างถึงการเปลี่ยนชื่อ และแจ้งปลายทางพร้อมแนบหลักฐานความต่อเนื่องของสถาบัน เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นคนละสถาบัน
โดยทั่วไปไม่ได้ ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศผู้ออกเอกสารตามที่ประเทศนั้นกำหนด และมีคำแปลตามรูปแบบที่หน่วยงานไทยผู้รับกำหนด ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับก่อนเริ่มดำเนินการ
เมื่อระบบมีผลใช้บังคับ (28 กุมภาพันธ์ 2570) รูปแบบการรับรองสำหรับประเทศภาคีอาจเปลี่ยนไป แต่ขั้นแรกที่ต้องได้ฉบับทางการจากสถาบันยังคงเหมือนเดิม ควรยืนยันรูปแบบที่ปลายทางรับในวันที่ยื่นจริงเสมอ
ไม่จำเป็นเสมอไป ให้ขอเหตุผลการปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แล้วแก้เฉพาะขั้นที่มีปัญหา เช่น ขาดคำอธิบายระบบเกรด หรือคำแปลผิดรูปแบบ ส่วนขั้นที่สมบูรณ์แล้วมักใช้ต่อได้
สอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล พร้อมแจ้งชนิดเอกสาร ประเทศปลายทาง และชื่อหน่วยงานที่จะยื่น เพื่อให้ประเมินลำดับขั้นได้ตรงกับกรณีของท่าน